พูดถึงน้ำพริกเผานี่ เป็นน้ำพริกสาระพัดประโยชน์จริงๆ แค่มีน้ำพริกเผาติดบ้านซักกระปุกนึง สามารถทำอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้งหรือต้มยำอะไรก็ได้ที่อยากทาน น้ำพริกเผาผัดไก่ ผัดหมูหรือผัดทะเลก็ได้ นอกจากนี้จะนำมาทำไข่เจียวน้ำพริกเผาก็ได้ โอ๊ยทำได้สาระพัดหลากหลายเมนูจริงๆ เลยค่ะน้ำพริกเผานี่ ถ้านึกอะไรไม่ออกแค่ข้าวสวยจานน้ำพริกเผาโป๊ะบนข้าวผัดสดตามชอบแค่นี้ก็ได้เมนูอร่อยๆ เอาไว้ทานแล้วค่ะ แต่ถึงแม้เราไม่ได้ซื้อน้ำพริกเผามาติดบ้านไว้ก็ไม่มีปัญหาค่ะ วันนี้เรามีวิธีทำน้ำพริกเผาแบบง่ายๆ มาฝากด้วยค่ะ ใครอยากทำทานเร็วๆ ไม่ต้องวิ่งเข้าไปซื้อในห้างในนาทีนี้แล้วล่ะก็ มาดูวิธีทำน้ำพริกกันเลยดีกว่าค่ะ
สิ่งที่ต้องเตรียม
-พริกแห้ง
-กระเทียม
-หัวหอมแดง
-กุ้งแห้ง
-น้ำตาลปี๊บ
-น้ำมะขามเปียก
-น้ำมันพืช
-พริกแห้ง
-กระเทียม
-หัวหอมแดง
-กุ้งแห้ง
-น้ำตาลปี๊บ
-น้ำมะขามเปียก
-น้ำมันพืช
วิธีทำน้ำพริกเผา
- หอมแดงปอกเปลือกออก แล้วซอยหอมแดง ส่วนกระเทียมแกะเปลือกออกใส่ครกโขลกเบาๆ พอหยาบๆ เตรียมไว้
- กุ้งแห้งนำไปปั่นในโถปั่นแห้ง เตรียมไว้
- ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชลงไป รอร้อนเจียวกระเทียมและหอมแดงให้เหลืองกรอบตักไว้ ใส่พริกแห้งลงไปทอดให้กรอบตักขึ้น
- นำพริกแห้งทอด กระเทียมและหอมแดงเจียว ใส่ครกตำให้ละเอียด
- ยกกระทะที่มีน้ำมันเหลือจากการเจียวหอมขึ้นตั้งไฟ ใส่กุ้งแห้งลงไปผัด ซักครู่ใส่น้ำที่ตำไว้ลงไป ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บและน้ำมะขามเปียก แค่นี้เราก็ได้น้ำพริกเผาเอาไว้ทานแล้วค่ะ
- หอมแดงปอกเปลือกออก แล้วซอยหอมแดง ส่วนกระเทียมแกะเปลือกออกใส่ครกโขลกเบาๆ พอหยาบๆ เตรียมไว้
- กุ้งแห้งนำไปปั่นในโถปั่นแห้ง เตรียมไว้
- ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชลงไป รอร้อนเจียวกระเทียมและหอมแดงให้เหลืองกรอบตักไว้ ใส่พริกแห้งลงไปทอดให้กรอบตักขึ้น
- นำพริกแห้งทอด กระเทียมและหอมแดงเจียว ใส่ครกตำให้ละเอียด
- ยกกระทะที่มีน้ำมันเหลือจากการเจียวหอมขึ้นตั้งไฟ ใส่กุ้งแห้งลงไปผัด ซักครู่ใส่น้ำที่ตำไว้ลงไป ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บและน้ำมะขามเปียก แค่นี้เราก็ได้น้ำพริกเผาเอาไว้ทานแล้วค่ะ
เป็นไงค่ะวิธีทำน้ำพริกเผาแบบง่ายๆ ด้วยฝีมือตัวเอง น่าภูมิใจออกใช่ไหมคะ ทีนี้ไม่ต้องพึ่งน้ำพริกเผาของแม่อะไรต่อมิอะไรแล้วค่ะ แถมซื้อกระป๋องนึงก็หลายตังค์อยู่ค่ะ ทีนี้ทำเองเป็นแล้วอย่าลืมทำเก็บไว้ในตู้เย็นซักกระปุกนะคะ นึกอยากทานจะได้ตักออกมาทานได้เลยค่ะ ส่วนสูตรน้ำพริกเผากะได้ตามปริมาณที่ต้องการทำได้เองค่ะ
วัตถุดิบหลัก
- พริกและกุ้งแห้ง
วิธีการเก็บรักษา
-เก็บไว้ในตู้เย็น
ส่วนผสม
-พริกแห้ง,กระเทียม,หอมแดง,นำ้ตาลปี๊ป,น้ำมะขามเปียก,น้ำมันพืช
คุณประโยชน์
คุณสมบัติทางยาของน้ำพริก ได้ถูกประกาศโดยกระทรวงสาธา รณะสุข และมุ่งส่งเสริมให้แพร่หลาย มากขึ้นสำหรับผู้บริโภค
นอกจากจะเป็นอาหารที่มีคุณค ่าแล้ว ยังช่วยประหยัดค่ารักษาสุขภ าพของคนไทย ปีนึงไม่ต่ำกว่าพันล้านบาท
จากข้อมูลที่ได้ ในแต่ละปี จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการด ูแลรักษาโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน ประมาณ 5,400 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการรับประทานอาห ารที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภา พ รวมถึงการอดอาหาร ซึ่งจากการศึกษาขององค์การอ นามัยโลก พบว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของโรคมะเร็งมีส าเหตุเกี่ยวข้องกับการอดอาห าร
นอกจากจะเป็นอาหารที่มีคุณค
จากข้อมูลที่ได้ ในแต่ละปี จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการด
"จากการสำรวจพบว่า คนส่วนใหญ่บริโภคอาหารน้อยก ว่าที่ร่างกายต้องการ คือ ผักและผลไม้ 400 กรัมต่อวัน คิดเป็นร้อยละ 80 ในผู้ชาย และร้อยละ 76 ในผู้หญิง" กล่าวโดยหน่วยงานกระทรวงสาธ ารณะสุข
การอดอาหาร เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิ ดโรคเรื้อรัง กระทรวงสาธารณะสุขจึงได้ตัด สินใจในการสนับสนุนน้ำพริกแ ทนการอดอาหาร เนื่องจากในน้ำพริก 1 ถ้วยมีส่วนผสมของสมุนไพรกว่ า 100 ชนิด
การอดอาหาร เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิ
"น้ำพริก มีส่วนผสมของสมุนไพรที่เป็น ประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยมีส่วนประกอบทั่วไป คือ พริก กระเทียม หอมแดง กุ้ง น้ำปลา และปลาร้า"
"น้ำพริก สามารถเพิ่มการสร้างเซลล์กำ จัดเชื้อโรคได้อย่างเป็นธรร มชาติ ส่งเสริมระบบการไหลเวียนโลห ิต และระบบการหายใจให้ดีขึ้น ซึ่งช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในกา รเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน"
น้ำพริกมีส่วนประกอบของ antioxidants และ anti-ageing ซึ่งสามารถลดการเิกิดโรคมะเ ร็ง โรคหัวใจ ได้ร้อยละ 20 และโรคลม โรคทางสมอง ได้ร้อยละ 26 ถึง 42
นอกจากนี้ น้ำพริกยังสนับสนุนให้คนทั่ วไปนิยมทานมากกว่าผัก
น้ำพริกมีส่วนประกอบของ antioxidants และ anti-ageing ซึ่งสามารถลดการเิกิดโรคมะเ
นอกจากนี้ น้ำพริกยังสนับสนุนให้คนทั่
"ด้วยรสชาติที่เผ็ดร้อน เราไม่สามารถที่จะทานน้ำพริ กโดยไม่ทานผักและข้าวไปด้วย ได้" ทางการแพทย์ยืนยันแล้วว่า เส้นใยผักช่วยในระบบการย่อย อาหาร
"น้ำพริกมีรสชาติที่อร่อย หากใช้ส่วนประกอบที่มีคุณภา พ และผักที่สะอาด น้ำพริกบางประเภทใช้พริกต่า งชนิดกัน เพื่อรสชาติที่ดีสำหรับน้ำพ ริกประเภทนั้น ๆ"
ประเทศไทยเคยมีน้ำพริกมากกว ่า 500 ประเภท แต่ปัจจุบันเหลืออยู่ 200 ประเภทเท่านั้น ในแต่ละท้องถิ่นจะมีส่วนประ กอบของน้ำพริก วิธีการทำ และวิธีการกิน ที่แตกต่างกันไป
ในภาคเหนือ มักจะใช้ถั่วเน่าเป็นส่วนปร ะกอบในการทำน้ำพริก ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญ ในขณะที่ ปลาร้า มักนิยมในภาคตะวันออกเฉียงเ หนือ และปลาบูด นิยมใช้กันในภาคใต้
อย่างไรก็ตาม อาจมีสารเคมีหรือเชื้อโรคจา กการเน่าเสียในน้ำพริกบางแห ่งที่น่าเป็นห่วง ความหลากหลายของผักน้อยลงใน ช่วงปีที่ผ่านมา
จากการสำรวจเมื่อไม่นานมานี ้ พบว่า การเน่าเสียในผักและผลไม้ได ้ลดลง จากร้อยละ 7.47 เหลือร้อยละ 3.92 ในช่วงปี 2546 และปี 2549 แต่ยังคงพบแบคทีเรียจากกลุ่ มตัวอย่างน้ำพริก
ยังพบอีกว่าร้อยละ 98 ของคนทั่วไป นิยมรับประทานน้ำพริกเป็นอา หารจานหลัก ในขณะที่ ร้อยละ 64 นิยมรับประทานน้ำพริกเป็นปร ะจำทุกวัน
น้ำพริกที่เป็นที่นิยมที่สุ ด ได้แก่ น้ำพริกกะปิ น้ำพริกปลาทู น้ำพริกปลาร้า และน้ำพริกหนุ่ม
ประเทศไทยเคยมีน้ำพริกมากกว
ในภาคเหนือ มักจะใช้ถั่วเน่าเป็นส่วนปร
อย่างไรก็ตาม อาจมีสารเคมีหรือเชื้อโรคจา
จากการสำรวจเมื่อไม่นานมานี
ยังพบอีกว่าร้อยละ 98 ของคนทั่วไป นิยมรับประทานน้ำพริกเป็นอา
น้ำพริกที่เป็นที่นิยมที่สุ
"ทางที่ดีที่สุดคือ ทำกินเอง เพราะเราสามารถเลือกส่วนประ กอบที่มีคุณภาพ และผักที่ชอบได้ หรือเลือกรับประทานผักตามฤด ูกาล หรือผักท้องถิ่น ซึ่งช่วยลดโอกาสในการเน่าเส ียและเกิดเชื้อโรคได้"
"โดยการรับประทานอาหารสุขภา พอย่างน้ำพริก เป็นการช่วยสนับสนุนการปลูก พืชปราศจากสารเคมี และช่วยปรับปรุงสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศของชนบทให้ดีขึ ้น"
"หากปลูกผัก ก็เป็นอีกหนทางที่จะช่วยบรร เทาภาวะโลกร้อนอีกทางหนึ่งด ้วย น้ำพริกถือเป็นหนึ่งในเศรษฐ กิจพอเพียง เราหวังว่าจะมีผู้คนหันมาสน ใจรับประทานพื้นบ้านกันมากข ึ้น"
"ในการที่จะเปลี่ยนความเข้า ใจของผู้คนนั้น ไม่ง่ายเลย ต้องทำไปด้วยความระมัดระวัง "
มันอาจจะไม่ประสบผลสำเร็จ หากไม่มีการสนับสนุนการทำอา หารเองที่บ้าน และการพยายามไม่กินอาหารที่ ไม่เกิดประโยชน์
อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น ฉบับวันที่ 30 กันยายน 2550
มันอาจจะไม่ประสบผลสำเร็จ หากไม่มีการสนับสนุนการทำอา
อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์เดอะ
